สุริยุปราคา” หรือ “สุริยคราส” นับเป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน เมื่อดวงจันทร์อยู่ตำแหน่งตรงกลางบดบังดวงอาทิตย์​เมื่อมองจากโลกในองศาที่ตรงกันก็จะเห็นเป็นเงาบังโดยรอบ​

ล่าสุด NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้โพสต์อธิบายถึงการเกิดสุริยุปราคา เต็มดวง พร้อมอธิบาย ยืนยัน ว่า ไม่เกี่ยวอะไรกับ พายุสุริยะ โพสต์ระบุว่า “วันที่ 8 เมษายนนี้ เตรียมพบกับ #สุริยุปราคาเต็มดวง และยังไม่มีรายงานถึงพายุสุริยะในวันดังกล่าว

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ มีข้อมูลที่แชร์กันอย่างล้นหลามผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นคลิปเตือนภัยว่า NASA ได้ออกมาประกาศว่าในวันที่ 8 เมษายน 2567 จะเกิดพายุสุริยะขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบกับโลก ซึ่งวันดังกล่าวตรงกับวันที่เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง แท้จริงแล้ว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานถึงพายุสุริยะในวันดังกล่าว และ #ปรากฏการณ์สุริยุปราคา #ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการเกิดพายุสุริยะ

จากข้อมูลในเว็บไซต์ NOAA (National Oceanic and AtmosphericAdministration) https://www.noaa.gov/ ของ NASA ที่ใช้สำหรับแจ้งเตือน และเฝ้าระวังภัยจากพายุสุริยะ ยังไม่มีการกล่าวถึง และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดพายุสุริยะในวันที่ 8 เมษายน 2567 แต่อย่างใด

ล่าสุดมีเพียงข้อมูลการเตือนภัยในช่วงวันที่ 23-24 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมาเท่านั้น เกี่ยวกับการเกิดพายุสุริยะ ระดับ G4 ที่มาถึงโลกในวันที่ 24 มีนาคม นับว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างหาได้ยาก อาจเรียกได้ว่าเป็นพายุสุริยะที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560

พายุสุริยะนั้น เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์มีการปลดปล่อยมวล (Coronal Mass Ejections: CME) ซึ่งเป็นอนุภาคมีประจุ พุ่งไปในอวกาศ เมื่ออนุภาคมีประจุเหล่านี้มาเยือนยังโลก อาจเกิดการรบกวนต่อการทำงานของดาวเทียม เช่น GPS และนักบินอวกาศที่อยู่นอกสถานีอวกาศอาจจะมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ พายุสุริยะที่รุนแรงสามารถเบี่ยงสนามแม่เหล็กของโลก ก่อให้เกิดการรบกวนต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าบนโลกโดยเฉพาะในละติจูดสูง ๆ ได้ และจะเป็นช่วงที่เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือแสงใต้ หรือออโรรา ให้เห็นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งพายุสุริยะในระดับ G4 ที่ผ่านมาในวันที่ 24 มีนาคมนั้น #ไม่ได้เกิดอันตราย หรือรบกวนต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ บนพื้นโลกแต่อย่างใด มีเพียงรายงานไฟฟ้าขัดข้องในบางพื้นที่ของประเทศแคนาดา และการพบแสงออโรราที่เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่แถบขั้วโลกเพียงเท่านั้น เนื่องจากสนามแม่เหล็ก และชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นของโลก จะสามารถป้องกันอนุภาค และรังสีพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์เอาไว้ได้นั่นเอง

ปกติแล้วดวงอาทิตย์มีการปลดปล่อยพลังงานซึ่งเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ และจะปลดปล่อยพลังงานมากขึ้น ในช่วง Solar Maximum ของวัฏจักรสุริยะ (Solar Cycle) ที่กำลังจะมาถึงในปี 2567 นี้ อย่างไรก็ตาม วัฏจักรสุริยะ (Solar Cycle) เป็นเพียงช่วงความถี่ที่จะพบกับจุดบนดวงอาทิตย์ (Sunspot)

รวมถึงพายุสุริยะในระดับต่าง ๆ เท่านั้นเอง และไม่ส่งผลต่อการปลดปล่อยพลังงาน หรือปริมาณแสงอาทิตย์แต่อย่างใด และปกติแล้วในช่วงที่ดวงอาทิตย์ใกล้เข้าสู่ “Solar Maximum” จะมีการแจ้งเตือนถึงพฤติกรรมบนดวงอาทิตย์ที่บ่อยครั้งกว่าปกติ อาจส่งผลให้มีการคาดการณ์ถึงการเกิดอันตรายบนโลกได้

สำหรับข่าวที่มีการแชร์ในช่วงนี้ คาดว่าเป็นการนำเอาข่าวเตือนภัยพายุสุริยะในครั้งก่อน ๆ มาบวกกับปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ซึ่งในขณะที่พายุสุริยะนั้นเกิดขึ้นมาจากพื้นผิวของดวงอาทิตย์ แต่สุริยุปราคานั้นเกิดขึ้นจากการที่ดวงจันทร์บังเอิญโคจรมาบดบังดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์ทั้งสองนี้จึง #ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่

และสำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในวันที่ 8 เมษายน 2567 เป็นสุริยุปราคาที่สามารถสังเกตเห็นได้ในประเทศเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และแคนาดา คราสเต็มดวงอาจยาวนานถึง 4 นาที อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่สามารถสังเกตปรากฏการณ์นี้ได้ แต่สามารถรับชมไลฟ์ปรากฏการณ์ เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 22:42 – 03:52 น. (ตามเวลาประเทศไทย)”