ธนาคารฯ แจงแล้ว ปมสาวสวนทุเรียน ตื่นมาเงินโอนออกเอง 6.5 แสนบาท

ธนาคารฯ แจงแล้ว ปมสาวสวนทุเรียน ตื่นมาเงินโอนออกเอง 6.5 แสนบาท

จากกรณี นางสาวปัญย์ภัฏฐ์ เอกอุดม อายุ 39 ปี สาวสวนทุเรียน ได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อว่า ตื่นเช้ามาพบว่ามีสลิปโอนเงินหลายครั้ง ยอดรวมจำนวน 650,000 บาท จนจนร้องไห้สะอื้น เพราะกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว แถมยังไม่มีเงินจ่ายคนงาน และค่าใช้จ่ายภายในสวนทุเรียนอีก เธอยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้โอนเงินเอง และได้ตั้งล็อกวงเงินโอนออกไว้ไม่เกิน 30,000 บาท แถมตั้งค่าต้องสแกนใบหน้าไว้ด้วย แต่ธนาคารให้มีการโอนออกไปได้อย่างไร แล้วความเชื่อมั่นระบบธนาคารยังเชื่อถือได้หรือไม่ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด วันที่ 30 เม.ย. 67 ธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางบัญชี กับทางนางสาวปัญย์ภัฏฐ์ ได้ออกมาชี้แจงเบื้องต้น ดังนี้

– ธนาคารตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรายการทำธุรกรรมตามปกติ

– ธนาคารได้มีการแจ้งผลกับลูกค้าแล้ว

– กรณีหน่วยงานทางการประสานงานขอข้อมูล ธนาคารยินดีให้ความร่วมมือ

ทางด้าน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง ก็ได้มีการเปิดเผยเช่นกันว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ยังไม่พบพิรุธของผู้เสียหาย แม้ว่าทางธนาคารแจ้งว่าเป็นการทำธุรกรรมปกติ หรือตั้งสมมติฐานว่าเจ้าของบัญชีเป็นคนสแกนใบหน้า แล้วโอนเงินออกไปเองหรือไม่

โดยพนักงานสอบสวนตรวจสอบ Statement จากธนาคาร เบื้องต้น พบเป็นบัญชีปลายทาง เป็นธนาคารสีเขียว ที่เชื่อว่าเป็นบัญชีม้าแน่นอน เพราะมีรายการเข้าออกเป็นรายนาที รวมเงินเป็นก้อนแล้วจะโอนต่อไปแถวสองทันที อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจ ได้แจ้ง ปปง. ให้อายัดบัญชีทั้งหมดของชื่อบุคคลนี้ทันที

ส่วนความคืบหน้าของเงินที่โอนออกไปทั้งหมด 650,000 บาท เป็นของธนาคารสีเขียว 450,000 บาท เจ้าหน้าที่สั่งอายัดบัญชีทัน เงินยังเหลืออยู่ 100,000 บาท และบัญชีสีม่วงโอนไป 200,000 บาท อายัดบัญชีทัน เงินยังอยู่ครบทุกบาท

ซึ่งจากข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ทางตำรวจเชื่อว่ามิจฉาชีพมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สามารถรู้แม้กระทั่งเลขที่บัตรประชาชนของผู้เสียหาย เรื่องการสแกนหน้านั้น ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า มิจฉาชีพดึงรูปภาพในโทรศัพท์ของผู้เสียหายไปใช้ ซึ่งต้องรอเอกสารจากทางธนาคารชี้แจงมาก่อน เพื่อสืบสวนต่อไป