โดยนุ่น ดำดง เปิดใจว่า ไม่มีความสุข เล่นไปก็ไม่จอย หลังเวทีไม่คุยกัน หน้าเวทีก็ตึง รู้สึกว่าทำงานลำบาก อึดอัด เธอก็เล่นไปเรื่อย ๆ ซึ่งเธอคิดเองว่า หรือเขาจะตึงกับเราเพราะเรามางานช้า เราบกพร่อง ไม่ได้มาออกแขก ไม่ได้มารำหรือเปล่า

เธอก็ปรับตัว เดือนเมษายน เธอไม่ได้รับงานไลฟ์เลย บอกกับพี่สาวว่าหยุดรับก่อนไหม กลัวว่ามันเป็นเพราะเรื่องนี้ ก็ปรับ มางานให้ตรงเวลา มาทำหน้าที่ แต่พอเราปรับแล้ว กลับไม่มีใครคุยเลย หนักกว่าเดิมคือไม่คุยเลย ก็เริ่มค้างคาอยู่ในใจ

นุ่นเล่าต่อไปอีกว่า จากนั้นเธอเลยตัดสินใจเคลียร์ เข้าไปคุยกับพี่เฮนก่อน ว่าตนทำงานลำบาก ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ทำอะไรผิด จากนั้นก็ไปคุยกับพี่ไอซ์ คนติดตามศรราม เขาก็ไม่คุยกับตนเหมือนกัน จากที่เคยคุยเล่น ก็แปลกไป

“ก็ไปถามตรงๆ เขาบอกไม่ได้เป็นอะไร ก็คิดว่าเคลียร์ตรงนั้น คิดว่าพี่เขาคงคุยกับแบงค์ (ศรราม น้ำเพชร หัวหน้าวง)  แต่เขาก็ยังนิ่ง ๆ ด้วยความค้างคาใจ ก็เลยไปคุยกันตรง ๆ ว่าเราผิดตรงไหน จะได้แก้ไขถูก”

นุ่น บอกว่าได้เข้าไปคุยกับหัวหน้า ว่ามันมีอะไรหรือเปล่า ทำอะไรให้ไม่พอใจไหม สรุปแล้วแบงค์บอกมาว่า ที่ตึงเพราะมีคนมาเล่าให้แบงค์ฟัง และส่งมาให้แบงค์ดู เรื่องคู่จิ้น นุ่น-แบงค์ ในด้อมคู่จิ้น แบงค์ก็ไม่ห้าม

แต่รู้สึกว่าจิ้นมากเกินไป แล้วรู้สึกว่าทำไมนุ่นถึงนิ่ง ไม่พูดอะไรเลย แบงค์เลยรู้สึกว่าไม่โอเค หรือนุ่นจะโอเคเรื่องด้อมคู่ นุ่นก็บอกว่าไม่ได้ดิ ถึงเราจะรู้เรื่องจะทำอะไรได้ เราไม่รู้ว่าใครสร้างขึ้นมา

เขาก็พูดขึ้นมาว่า มันมากขึ้น แกไม่พูดอะไรเลย มันทำให้แบงค์คิดว่าหรือนุ่นจะโอเคกับด้อมคู่นี้ คิดว่าไม่เป็นไร มีที่แฟนคลับคอมเมนต์ มีการจิ้นที่เยอะเกินไป แล้วคนมาด่าน้องปอย (นางเอกอีกคน) เอามาเปรียบเทียบกันกับนุ่น ซึ่งนุ่นก็ไม่ได้รู้เรื่องด้วย เราก็พูดว่าเราไม่รู้เรื่องนะ

เขาก็บอกว่าหลักๆ คือเรื่องนี้ เลยทำให้หน้าเวทีดูตึงๆ กัน เพราะไม่ค่อยอยากจะเล่น นุ่นก็เลยบอกแบงค์ไปตรงๆ ว่าทำงานลำบากนะ มันหลายเดือนแล้วแกต้องรู้สิ แกคุยกับทุกคน แต่ไม่คุยกับเราเลย แบงก็ก็บอกว่าจริง พอมีคอมเมนต์พวกนี้ เปรียบเทียบกับนุ่น ไปว่าน้อง ก็เลยมีผลต่อหน้าเวที นุ่นก็กลับมาหวนคิดว่า แล้วเราผิดอะไร

นุ่นก็ไปทบทวนตัวเองว่าเราจะจัดการยังไง ตอนที่ตนพูดกับแบงค์ว่ามันอึดอัดนะที่มันเป็นแบบนี้ แบงค์ก็บอกว่าอึดอัดเหมือนกัน มันควรจะจบยังไง เพราะหลัก ๆ คือเรื่องจิ้น ซึ่งตนไม่รู้เรื่องนี้ ว่าเป็นใคร แล้วใครมาด่าน้อง พอตนปรับปรุง ทุกอย่างกลับแย่ลง ไม่มีใครคุยกับตนเหมือนเดิม
ก่อนตัดสินใจก็มีคุยกันแล้ว คือหัวหน้าไม่คุยด้วย เล่นข้างหน้าก็ตึง มันเปลี่ยนไปจากช่วงแรกเยอะมากๆ ตนเองก็รู้สึกได้ ถ้าไม่รู้สึกคงไม่กล้าเดินเข้าไปคุยกับเขาแบบนั้น ทั้งโรงมันไม่ได้คุยจอยกัน คือปกติเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ตอนนี้คือหัวหน้าเลย

“มันรู้สึกว่าไม่ใช่ความสุขแล้ว ก็ถอยออกมา แต่หนูก็ไม่ได้ทิ้งลิเก หนูก็เล่น หนูพยายามปรับความเข้าใจทุกอย่างแล้ว พยายามแก้ พยายามทำความเข้าใจในทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้น หนูอึดอัดใจ ไม่มีความสุข หนูไปต่อไม่ไหว

เพราะว่าหนูเคยคิดและหวังว่าตรงนี้จะเป็นเซฟโซน แต่ถ้ามันไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร หนูจะอยู่ยังไง อยู่ไปก็ไม่มีใครคุยกับหนู หนูจะทำงานยังไง หนูรักอาชีพลิเกมากเลยนะ แต่ว่าถ้าอยู่แล้วมันอึดอัด มันหนักใจ เหนื่อยใจ หนูจะอยู่ยังไง หนูทำงานกับเขายังไงอะ”

อย่างไรก็ตาม นุ่นยืนยันว่ายังไม่ทิ้งลิเก ขอบคุณพี่ๆ ที่เข้าใจ วันนี้หนูก็ถอยออกมา หลังจากนี้มันจะเป็นยังไงหนูก็สู้ ไม่ว่ายังไงหนูก็จะสู้ ยังไงฝากพี่ๆ ซัพพอร์ต ตนเองก็ยังจะเล่นลิเกปกติ ไม่ได้ไปอยู่กับใคร ยังอยู่กับแม่เหมือนเดิม