ผู้ค้าศูนย์อาหารอาคารดัง ร้องกองปราบฯ โดนเรียกเก็บเงินกว่า 1 ล้าน

ผู้ค้าศูนย์อาหารอาคารดัง ร้องกองปราบฯ โดนเรียกเก็บเงินกว่า 1 ล้าน

วันที่ 26 ก.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พาตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.เกียรติบดินทร์ วงศ์งาม สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.

แจ้งความพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม กรณีถูกฉ้อโกงค่าเช่าที่ค้าขาย ของอาคารชื่อดังย่านสีลม เหตุเกิดระหว่างเดือน ก.พ.- มี.ค.ที่ผ่านมา สูญเงินกว่า 1 ล้านบาท แจ้งความ สน.ทุ่งมหาเมฆ ทำได้แค่ลงประจำวันเป็นหลักฐาน มองว่าเป็นคดีแพ่ง แนะนำไปปรึกษาทนาย พอไปติดต่อทนายความก็โดนเรียกค่าใช้จ่ายก่อนจนไม่มีเงินจ่าย หลายคนแม้แต่เงินจะเดินทางมาแจ้งความกองปราบฯ ก็ยังไม่มี จึงอยากจะร้องขอความช่วยเหลือตำรวจกองปราบฯ

จ่าคิงส์ กล่าวว่า อาคารมีชื่อแห่งหนึ่งย่านถนนพระราม 4 สีลม อาคารดังกล่าวปล่อยให้บริษัทฯ เข้ามาเช่าช่วงพื้นที่ทำโครงการศูนย์อาหาร มีการโฆษณาเชิญชวนทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ระบุว่าถ้ามาขายที่นี่จะมีรายได้ดี เพราะมีคนมาใช้บริการต่อวัน 2-3 พันคน แต่เมื่อพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาเช่าที่ขายอาหารเครื่องดื่ม ที่มีการเก็บค่าเช่าล่วงหน้าระหว่าง 8 หมื่น ถึง 2 แสนบาท กลับมีคนมาใช้บริการแต่วันละไม่ถึงร้อยคน ทำให้ผู้ค้าที่เข้าไปลงทุนได้รับความเสียหาย ไม่เป็นไปตามที่ประกาศเชิญชวนของโครงการ เมื่อจะขอเงินล่วงหน้าที่เรียกเก็บไปก่อนก็ไม่ยอมคืน ถือว่าเป็นการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน

น.ส.เอ (นามมสมมุติ) อายุ 34 ปี แม่ค้าส้มตำ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้โฆษณาในเพจเฟซบุ๊กชื่อ “เช่าพื้นที่ขายของ โดยโพสต์ว่ามีพนักงานในตึกแห่งนี้จำนวน 3-4 พันคน ที่จะมาใช้บริการศูนย์อาหารแห่งนี้ ซึ่งมีแห่งเดียวภายในตึก ตนจึงสมัครเข้าไปร่วมโครงการด้วย โดย แต่เมื่อเข้าไปขายส้มตำแล้วกลับขายไม่ได้เลย เพราะไม่ตรงกับที่โฆษณาไว้เนื่องจากยังมีร้านอาหารอีกมากมายด้านล่างของอาคารนี้

นอกจากนี้ความสะอาดของทางศูนย์ฯ ยังไม่มาตรฐานปล่อยให้มีแมลงสาปเข้าไปพื้นที่เตรียมจำหน่าย สร้างความเดือดร้อนรำคาญกับผู้ค้าและผู้บริโภคที่มาใช้บริการ ตนต้องจ่ายค่าแรกเข้าจำนวน 7.5 หมื่นบาท ไม่รวมรายจ่ายค่าวัตถุดิบที่ต้องเตรียมขายแต่ละวันอีกต่างหาก

นายสมชาย (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี เจ้าของร้านข้าวมันไก่ กล่าวว่า ทางโครงการฯ อ้างว่า ผู้มาร่วมขายของกับทางศูนย์ฯ จะได้ที่จอดรถฟรี แต่จริงๆ ไม่มีต้องจ่าย ชม.ละ 50 บาท วันๆ หนึ่งมาจอดคันหนึ่งตก 4-5 ร้อยบาทต่อคัน มีการันตีคนมาซื้ออาหารวันละไม่ต่ำกว่า 3 พันคน

บอกว่าร้านเก่าที่ออกไปขายได้วันละ 3-5 พันบาท ตนขายอยู่ 3 เดือน ที่เคยขายได้วันละ 1,000 คน ก็ลดลงเรื่อยๆ เดือนสุดท้ายเหลือคนมากินวันละ 80-100 คนเท่านั้น ตนต้องเสียค่าเช่ารายปีที่เรียกเก็บไปก่อนล่วงหน้า 125,000 บาท ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์และวัตถุดิบอีกประมาณ 2 แสนบาท ทำได้อยู่ 3เดือนทนขาดทุนไม่ได้จึงหยุดกิจการ ทางโครงการ ฯ บอกรอในรายใหม่เข้ามาขายแทนก่อน

น.ส.เปิ้ล (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี เปิดเผยว่าตนขายน้ำและเครื่องดื่ม จ่ายเงินล่วงหน้าไป 1.4 แสนบาท ทำสัญญา 2 ปี อ้างว่าจะให้ที่จอดรถก็ไม่มีให้ ต้องเสียค่าจอดรายวัน ชม.ละ 50 บาท ตกวันละ 500 บาท ที่ระบุว่าแต่ละร้านห้ามไม่ขายซ้ำกันก็ไม่จริง พ่อค้าแม่ค้าที่เข้าไปขายแค่สัปดาห์แรกก็ถอย บางรายทิ้งเงินล่วงหน้าเลยก็มีหลายราย เช่นรายที่ขายหมูทอด ยอมทิ้งเงิน 8.5 หมื่นบาทไปเลย เพราะไม่ต้องการแบกภาระขาดทุนรายวันเพิ่มอีก ขายได้ 2 เดือน ไปต่อไม่ไหว ทางโครงการบอกขายไม่ได้ก็ออกไป รอคนอื่นมาเซ้งพื้นที่ แต่เมื่อมีคนเอาพื้นที่ตนไปแล้วก็ยังไม่ยอมคืนเงินอีก บอกให้ตนไปหาคนมาเซ้งก่อน

ตนรวบรวมเพื่อนพ่อค้าแม่ค้าได้ประมาณ 10 ราย วงเงินที่โดนเรียกเก็บล่วงหน้ากว่า 1 ล้านบาท เราเคยไปแจ้งความตำรวจก็ได้แค่ลงประจำวันไส้เป็นหลักฐาน ปรึกษาทนายก็จะเรียกเก็บเงินค่าว่าความอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของเราเลย ขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่ได้รับความสนใจให้ความช่วยเหลือเลย บางคนไม่กล้าออกมาแจ้งความเกรงว่าจะไม่ได้เงินคืน ทนรอต่อไป

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหายแต่ละคนเพื่อดำเนินการเรียกผู้ประกอบการศูนย์อาหารของอาคารดังกล่าวมาเจรจาตกลงกันถ้ายอมความได้ หากตกลงไม่ได้ก็จะต้องดำเนินคดีฉ้อโกงต่อไป

ข่าวโดย วุฒิไกร พิมพ์เงิน ผู้สื่อข่าวนครบาล

เรียบเรียง มุมข่าว by siamnews