นายกฯ ลั่น รัฐบาลพร้อมรับผิดชอบ ค่าเครื่องบินแรงงานไทย ที่เดินทางกลับเองให้ทั้งหมด

 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยหลัง หารือกับนางสาวออร์นา ซากิฟ (H.E.Ms.

เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย ว่า การหารือในวันนี้เพื่อติดตามความคืบหน้า โดยไทยได้ขอร้องให้ช่วยเหลือในเรื่องของแรงงานไทยที่เสียชีวิต ขอให้มีขั้นตอนการนำกลับไทยโดยเร็วที่สุด

ซึ่งทางอิสราเอลก็ขอความเห็นใจ เพราะมีจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 ราย จึงต้องใช้เวลาในการชันสูตร ยืนยันจะให้ความสำคัญกับประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพราะเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ถ้าเสียชีวิต บุตร จะได้เงินชดเชยตลอดชีวิต ดังนั้นจะต้องทำให้ถูกต้องก่อนที่จะนำร่างกลับยังไทย จึงอยากขอร้องให้ใจเย็น รัฐบาลทำอย่างเต็มที่

และมีการขอร้องเรื่องคนงานที่จะเดินทางกลับกว่า 6,000 คน ซึ่งขณะนี้ในเรื่องของการลำเลียงแรงงานออกจากพื้นที่ปลอดภัยข้อมูลยังสับสนอยู่ แต่ที่แน่นอนสามารถนำแรงงานกลับได้ประมาณวันละ 200 คน ทางอิสราเอลรับปากมีเครื่องบินมาเท่าไหร่ ก็พร้อมจะให้นำรายงานกลับไทยได้ทันที

โดยปัญหาใหญ่ตอนนี้คือเรื่องเครื่องบินที่จะต้องรับกลับ โดยคณะทำงานจะประชุมหารือกันในประเด็นดังกล่าวที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อที่จะดูแผนงานทั้งหมดในการนำคนกลับมาโดยเร็ว

ขณะเดียวกันนายเศรษฐา ยังระบุอีกว่า อิสราเอลให้ความสำคัญสูงสุดในการลำเลียงคนออกมายังพื้นที่ปลอดภัย และพร้อมส่งกลับ ซึ่งระหว่างที่รอเครื่องบิน อาจจะมีปัญหาด้านจิตใจ ทางอิสราเอลได้ส่งคนเข้าไปดูแลเยียวยาจิตใจ ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนที่มีคลิปเผยแพร่ว่ายังมีการบังคับให้แรงงานในพื้นที่ทำงานอยู่ นายเศรษฐา ระบุว่า ทางเอกอัครราชทูตอิสราเอล รับทราบอยู่แล้ว และพยายามที่จะหาความจริง ว่าข้อมูลจริงเท็จเป็นอย่างไร ซึ่งทาง เอกอัครราชทูตก็เห็นด้วยกับตน 100% ว่าไม่ควรจะทำอย่างนี้ ในช่วงเวลานี้ ควรลืมเรื่องผลประโยชน์ ความปลอดภัยของประชาชนคนไทย เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

โดยเอกอัครราชทูตอิสราเอลยืนยันว่าขณะนี้สถานการณ์สงครามภายในยังไม่คลี่คลาย และยังคงเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ตนต้องขอร้องและวิงวอนอิสราเอล พร้อมยอมรับว่าเป็นการกดดันกับทางอิสราเอล เนื่องด้วยคนของเราไม่ได้เกี่ยวข้อง และขัดแย้งกับข้อพิพาทของใครทั้งนั้น เราเป็นชาติที่สูญเสียอันดับที่ 2 ถ้าไม่นับอิสราเอล เป็นรองจากสหรัฐอเมริกา นับว่าสูญเสียมาก และยังไม่แน่ใจว่า จำนวนผู้สูญเสียเหล่านี้จะจบหรือไม่

ขณะเดียวกันยังมีการขอร้องให้ช่วยเหลือตัวประกัน ให้อิสราเอลพยายามเจรจา ช่วยออกมาให้ได้ ซึ่งตัวประกันของไทยและทุก ๆ ชาติไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาท เราเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งหากดูตามสนธิสัญญาประเทศต่าง ๆ คนเหล่านี้ต้องถูกปล่อยออกมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลพยายามใช้ทุกวิถีทาง แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลทำอย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการบินไปรับคนไทยกลับ ว่ายังมีขั้นตอนการบินข้ามประเทศต่าง ๆ เป็นการบินพิเศษจำเป็นต้องมีการขออนุญาตผ่านน่านฟ้า กว่า 10 ประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็มีความพยายามอย่างเต็มที่ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขก็พร้อมที่จะรับคนไทยกลับมา กระทรวงแรงงานก็ช่วยประสานงานอย่างเต็มที่

พร้อมย้ำว่าการบินแต่ละเที่ยวบิน จะต้องมีการขออนุญาตเป็นครั้ง ๆ ไป ซึ่งก็พยายามที่จะเร่งรัด เพราะหากต้องขออนุญาตทุกเที่ยวบิน ก็จะลำบากเพราะต้องใช้ประมาณ 30 เที่ยวบิน ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานอยู่ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าขณะนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ แต่อยู่ในภาวะสงคราม ก็หวังว่านานาชาติจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ไทยด้วย

ขณะเเดียวกันนายเศรษฐา ยังยืนยันว่า จะลดขั้นตอนในเรื่องเอกสาร ให้แรงงานไทยสามารถเดินทางกลับประเทศโดยเร็วที่สุด

ส่วนความคืบหน้าในการประสานประเทศใกล้เคียง เพื่อนำแรงงานไปพักคอยก่อนเดินทางกลับ ขณะนี้กำลังเจรจา 3 ประเทศ คือประเทศซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งการบินไทย มีบินตรงไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย อยู่แล้ว

นายเศรษฐา ยืนยันว่า พยายามจะทำทุกวิถีทาง ที่สามารถทำได้ โดยภายหลังจากที่มีการหารือกับเอกอัครราชทูตอิสราเอลก็มีความสบายใจขึ้น เพราะสามารถนำคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงมายังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว โดยพื้นที่อันตราย 0 – 4 กิโลเมตร ในฉนวนกาซ่า 99% ของคนไทยและต่างชาติได้ถูกอพยพออกมาจากพื้นที่สีแดงแล้ว ซึ่งต้องดูว่ารัศมี 4-9 กิโลเมตรจะเป็นอย่างไร

พร้อมกันนี้นายเศรษฐา ยืนยันว่า แรงงานไทยที่เดินทางกลับมาเองด้วยสายการบินพาณิชย์ รัฐบาลพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่ง เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบ ส่วนปัญหาคู่สายไม่เพียงพอ อาจเกิดจากการใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก ก็ขอให้รอ

ส่วนจะเดินทางไปรับคนไทยด้วยตัวเองหรือไม่ ขอดูก่อนเนื่องจากติดภารกิจ เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนและ ซาอุดีอาระเบียในช่วงสัปดาห์หน้า แต่หากมีเวลาก็อยากจะไปเยี่ยมคนเจ็บ