เปิดชีวิตหญิงวัย 21 ปี หน้าอกใหญ่เกินรับไหว สุดทรมาน ถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือด ผิวหนังฉีกขาด แต่ถูกปฏิเสธผ่าตัดลดขนาด
เรื่องราวชีวิตของหญิงสาวชาวอังกฤษวัย 21 ปี กลายเป็นที่สนใจอย่างมาก หลังเธอออกมาเปิดเผยความทุกข์จากการมีหน้าอกขนาดใหญ่มากผิดปกติ จนส่งผลร้ายต่อทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ถึงขั้นผิวหนังฉีกขาด ติดเชื้อรุนแรง และลุกลามเป็นภาวะโลหิตเป็นพิษ หรือเซปซิส แต่อย่างไรก็ตาม เธอกลับไม่ได้รับการผ่าตัดลดขนาดหน้าอกจากระบบสาธารณสุขอังกฤษ (NHS)
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ลิลี พอร์เตอร์ หญิงสาววัย 21 จากนอตติงแฮมเชอร์ เล่าว่า หน้าอกไซซ์ 36NN ของเธอมีน้ำหนักมากจนดึงรั้งผิวหนังอย่างต่อเนื่อง จนเกิดแผลฉีกขาดและติดเชื้อในเดือนกันยายน ปี 2025 อาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาภาวะติดื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งแพทย์ยืนยันว่าเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต
แม้จะเผชิญเหตุการณ์เฉียดตาย แต่ลิลีกลับถูก NHS ปฏิเสธการผ่าตัดลดขนาดหน้าอก ด้วยเหตุผลว่ามีดัชนีมวลกาย หรือ BMI สูงเกินเกณฑ์ โดยเธอยืนยันว่า น้ำหนักตัวรวมอยู่ที่ 17 สโตน (ราว 107 กิโลกรัม) และเฉพาะหน้าอกมีน้ำหนักมากถึง 5 สโตน (ราว 31.75 กิโลกรัม) หรือคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของน้ำหนักตัวทั้งหมด

ลิลีเผยว่า หน้าอกของเธอมีขนาดใหญ่ตั้งแต่วัยเด็ก อายุเพียง 14 ปีก็มีขนาดถึงดับเบิลดี และเพิ่มเป็นดับเบิลเอ็นในปัจจุบัน ชีวิตวัยรุ่นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกล้อเลียน ถูกกลั่นแกล้ง และตกเป็นเป้าสายตาไม่เหมาะสมจากคนรอบข้าง ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนเด็กวัยเดียวกันได้
ผลกระทบยังลุกลามไปถึงกิจกรรมที่เธอรัก ลิลีเคยชื่นชอบการเล่นฟุตบอล แต่ต้องเลิกเล่นตั้งแต่อายุ 13 ปี เพราะหน้าอกมีขนาดใหญ่จนเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหว ปัจจุบันเธอไม่สามารถใส่เสื้อผ้าสวยๆ หรือบิกินีได้ และทุกครั้งที่เดินตามถนน ก็มักถูกจ้องมองจนรู้สึกอึดอัด
นอกจากนี้ น้ำหนักของหน้าอกยังทำให้การสวมเสื้อในกลายเป็นเรื่องทรมาน สายเสื้อกดทับลงบนหัวไหล่จนเกิดอาการเจ็บปวดตลอดเวลา และในช่วงที่มีการติดเชื้อ ลิลีไม่สามารถใส่เสื้อในได้เลย หากจำเป็นต้องใส่ ต้องสั่งตัดพิเศษซึ่งมีราคาสูงถึงตัวละ 55 ปอนด์
แพทย์ระบุว่า น้ำหนักหน้าอกที่มากผิดปกติเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหนังฉีกขาดและนำไปสู่การติดเชื้อ จนกลายเป็นภาวะเซปซิสในปี 2025 โดยลิลีเล่าว่า แพทย์บอกว่าเธอโชคดีที่ไปโรงพยาบาลทันเวลา เพราะหากช้ากว่านั้นอาจเสียชีวิตได้ แม้จะรักษาตัวในโรงพยาบาลนาน 5 วันจนอาการดีขึ้น แต่การติดเชื้อยังไม่หายขาด ทำให้เธอยังมีความเสี่ยงสูง
ท้ายที่สุด ลิลีสะท้อนความรู้สึกด้วยความอัดอั้นว่า เธอรู้สึกเหมือนไม่มีใครรับฟังปัญหาที่เผชิญอยู่ และยังไม่เห็นหนทางออกจากชีวิตที่ต้องอยู่กับความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจในทุกๆ วัน

















