เกิดอะไรขึ้น! ‘ร้านบุฟเฟต์ดัง’ ขึ้นแท่นชนตัวท็อปในอดีต เจ้าของตำนานต่อคิวรอเป็นชั่วโมง ล่าสุดจากกว่า 100 สาขา เหลือ 4 สาขา สวนทางกับยุคชาบู-สุกี้มาแรง

กลายเป็นกระแสวิจารณ์หนักในโลกโซเชียล หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ลงในกลุ่ม ‘กลุ่มคนรักบุฟเฟต์ (Buffet Lovers)’ เผยเรื่องราวสุดช็อก จนน่าใจหาย ร้านบุฟเฟต์ชื่อดัง จากเคยเปิดกว่า 100 สาขา ปัจจุบันเหลือเพียง 4 สาขาเท่านั้น

สร้างความสงสัยอย่างหนัก เกิดอะไรขึ้นกับแบรนด์ดังกล่าว ท่ามกลางกระแสชาบู-สุกี้ฟีเวอร์

ภาพประกอบ

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวโพสต์ภาพแชทข้อความซึ่งตนทักไปสอบถามข้อมูลจาก LINE Official Account ของ HOT POT BUFFET เพื่อสอบถามสาขาที่เปิดให้บริการ ซึ่งทางไลน์ออฟฟิเชียลก็ตอบกลับว่าสาขาทั้งหมดที่เปิดให้บริการ มี 4 สาขา ซึ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 1 สาขา และเป็นสาขาในต่างจังหวัด 3 สาขา ได้แก่

ซีคอน บางแค ชั้น 4
เซ็นทรัล อุดรธานี ชั้น 4
เซ็นทรัล อุบลราชธานี ชั้น 3
เดอะมอลล์ โคราช ชั้น 2
ทำเอาเจ้าของโพสต์ถึงกับช็อกในปริมาณสาขาที่เหลือ พร้อมระบุแคปชั่นว่า “ไม่ได้ไปกินนานมากเหลืออยู่ 4 สาขา”

เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นกระแสวิจารณ์สนั่นในโลกโซเชียลทันที เหล่าสายบุฟเฟต์ต่างคอมเมนต์วิเคราะห์ ถอดบทเรียนธุรกิจจากแบรนด์ HOT POT BUFFET ที่ลดสาขาลงจนน่าใจหาย ในช่วงที่กระแส สุกี้-ชาบู บุฟเฟต์รุ่งเรือง

ภาพประกอบ

โดยคอมเมนต์ส่วนใหญ่วิเคราะห์เหตุผลที่แบรนด์ดังลดจำนวนสาขาลงจนน่าใจหาย อาจมีเหตุผลจากสิ่งเหล่านี้ ได้แก่

คุณภาพอาหารและบริการลดลง

หลายคอมเมนต์เข้ามาแชร์ประสบการณ์การทานอาหารที่ไม่น่าประทับใจ อาทิ

บุฟเฟต์อาหารลดลงมาก เหลือไม่กี่อย่าง จนไม่น่าทาน
ของน้อย คุณภาพธรรมดา
ของไม่ค่อยเติม
อาหารไม่ค่อยสด
รสชาติไม่เหมือนเดิม
การควบคุมมาตรฐานไม่ทั่วถึง จากการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว

บางคอมเมนต์วิเคราะห์ถึงความเติบโตของธุรกิจในอดีตที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จนถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับแบรนด์สุกี้ยักษ์ใหญ่อย่าง MK ก่อนจะเปิดสาขาจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของอาหารและบริการได้ไม่ครอบคลุม ทำให้เกิดปัญหาตามมา

โดยมีคอมเมนต์จำนวนมากที่แชร์ประสบการณ์ได้รับการบริการที่ไม่น่าประทับใจ อาทิ

พนักงานบริการไม่น่าประทับใจ
ไม่ค่อยสะอาด
คุณภาพกับราคาสวนทางกันมาก
การปรับตัวให้ทันกระแสปัจจุบัน

นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ธุรกิจร้านอาหารและอื่น ๆ ต้องยึดถือเป็นสิ่งสำคัญ คือ การปรับตัว หลายคอมเมนต์มองว่า ด้วยจำนวนสาขาอาจทำให้แบรนด์ดังกล่าวมีการปรับตัวช้า ท่ามกลางกระแสความฮิตของ สุกี้-ชาบู บุฟเฟต์ ที่มีร้านใหม่ ๆ มาตอบรับความต้องการของผู้บริโภคมากมาย เป็นเหตุให้มีลูกค้าน้อยลง อาทิ

เดี๋ยวนี้ร้านทั่วไป ข้างนอก ราคาเท่ากัน แต่มีอาหารที่หลากหลายมาก
มีร้านที่ราคาถูกเยอะ คนไม่จำเป็นต้องเข้าไปกินบุฟเฟต์ในห้าง
คู่แข่งเยอะ ไม่ปรับตัวก็คงไม่รอด
นับเป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่สนใจอยากลองทำธุรกิจบุฟเฟต์ ต้องใส่ใจ และคงคุณภาพอาหาร มาตรฐานการบริการ และปรับตัวเพื่อให้ตอบรับกับผู้บริโภคในปัจจุบันมากขึ้นนั่นเอง