ฉายแววเป็นจิตรกรตัวน้อยตั้งแต่ 5 ขวบเลยทีเดียว สำหรับ “น้องโพธิ์” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของคุณพ่อ “ชาคริต แย้มนาม” และคุณแม่ “แอน ภัททิรา รุ่งโรจน์” ที่ตอนนี้มุ่งมั่นมากกับการวาดรูป แถมยังทำได้ดีแบบสุดๆ ล่าสุดได้เจอ ชาคริต ในงานแถลงข่าวซีรีส์ “สัตย์เสือ” เจ้าตัวก็ได้เผยถึงเรื่องนี้ ส่วนตัวก็ทึ่งในความสามารถของลูกชายเหมือนกัน ยิ่งคุณแม่แอน ยิ่งภูมิใจมาก เพราะได้หน้าที่เป็นคนส่งเรียน

ผมว่าเขาเป็นเด็กที่พิเศษมาก อาจจะเป็นเพราะเป็นลูกเรามั้ง (หัวเราะ) แต่เขามีแต่เอนเนอร์จี้ที่ดี มีแต่ความรัก เขารู้จักคำว่ารักตั้งแต่ยังเด็ก เขามีหลากหลายอารมณ์ ซึ่งผมก็ทึ่งในตัวลูก หลายคนก็จะชมเขาในเรื่องของพัฒนาการ เรื่องของการวาดรูป ก็ต้องขอบคุณที่มีอาจารย์ดี ช่วยพาเขาไปได้เร็ว อย่างที่บอกเด็กเขามาแบบผ้าขาว เขายังไม่มีไอเดียอะไร พอครูสอนเทคนิคต่างๆ เขาก็ไปได้ไว บางทีเราก็ทึ่งว่าอาจารย์วาดให้หรือเปล่า เขามีการพัฒนาขึ้นทุกครั้ง

ซึ่งข้อมูลที่เราได้รับจากอาจารย์ คือเขามีสมาธิมากขึ้น สิ่งสำคัญคือเราอยากให้เขามีสมาธิมากขึ้นมากกว่า เพราะเด็กเดี๋ยวนี้อาจจะห้ามไม่ได้ กับการที่ไปอยู่ในโลกโซเซียลบ้าง เล่นไอแพด เล่นโทรศัพท์ ดูทีวี บางครั้งก็ต้องยอมเขาบ้าง แต่ว่าอยากให้เขาได้มีอะไรที่ได้อยู่กับตัวเองเยอะๆ ซึ่งสำหรับโพธิ์นี่การวาดรูป คือการได้อยู่กับตัวเอง ไม่ใช่ไถโทรศัพท์ มันจะเป็นเด็กที่ไม่มีความอดทน ซึ่งเขาก็จะดูน้อยมาก เป็นคนไม่ติดโทรศัพท์ ดูแป๊บเดียวเขาก็วาง แล้วไปวาดรูปต่อ

ก็ถือว่าอยู่ในวัยที่บอกได้แล้ว ว่าเขาติดหรือไม่ติด แต่เราก็ต้องจัดสรรเวลา ไม่ใช่ว่าไม่ให้เลย แล้วบางทีไปดูคลิป เราก็จะบอกว่าเขาพูดไม่น่ารักเลยนะ มีแต่คำไม่ดี เขาก็จะรู้ จะเปลี่ยน พอเปิดไปเจอคลิปอะไรที่มีพูดสบถ เขาก็จะเปลี่ยนของเขาเอง แต่ถ้าพ่อแม่ไม่อยู่ ก็อาจจะมีแอบดูบ้างมั้ง (หัวเราะ) แต่ในภาพรวมตอนนี้ผมว่าโอเค”

รับห่วงลูกเรื่องทั่วไป ยังไม่มีอะไรมาก ห่วงเรื่องฝุ่น PM 2.5 ตอนนี้มากกว่า
“ก็เป็นห่วงโดยทั่วไป ไม่อยากให้เขาเจ็บไข้ได้ป่วย ส่วนเรื่องเล่น หกล้ม เป็นแผล มันก็ต้องปล่อย ให้เขาได้สนุก ได้รู้จัดดูแลตัวเอง ก็ยังไม่มีอะไรที่เป็นห่วงมากหนัก

ส่วนใหญ่ถ้าห่วง จะห่วงเรื่องสถานะของโลกมากกว่า (หัวเราะ) ตอนนี้คือ PM 2.5 จะไม่ไหวแล้ว อยากให้แก้ไขตรงนี้จัง เพราะมันมีผล ขนาดตัวเรายังไม่ไหว แล้วเด็กตัวเล็กๆ เดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีชีวิตนอกห้องเรียนแล้ว เพราะฝุ่นบ้านี่มันเต็มไปหมดทุกที่ เสียดายสงสารเด็กๆ เด็กรุ่นนี้คือโควิดมาไม่พอ มาเจอตรงนี้อีก ประเทศมันต้องดีกว่านี้ได้”

ตอนนี้ชอบสัตว์และชอบวาดรูปเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนการแสดงก็ชอบ แต่อยากให้ใช้ชีวิตแบบสมวัยก่อน
“อันดับหนึ่งตอนนี้ คือชอบสัตว์ กับรักการวาดรูป ส่วนกีฬาก็ว่ายน้ำ ตอนนี้เรียนเพื่อแข่ง เป็นสิ่งที่เขาชอบ ก็ให้เขาเรียนเต็มๆ ทั้งเรียนปกติกับเรียนเพื่อแข่ง ด้านการแสดงเขาก็ชอบแหละ แต่เขาชอบเพราะเขาเป็นเด็กที่มีความสดใส กล้าแสดงออก แต่พ่อก็ยังไม่อยากคิดถึงตรงนั้น ยังอยากให้เขาได้ใช้ชีวิตในวัยที่เขาสมควรได้ใช้ก่อนดีกว่า เพราะมันยังมีเวลาอีกเยอะ ถ้าเกิดจะเข้ามาทำตรงนี้ แล้วดูจากแนวโน้มแล้วก็คงไม่ยากอะไร เพราะเต็มที่ก็ให้ไปอยู่คณะตลก (หัวเราะ) คงไม่น่ามาเป็นพระเอก ดูจากทรงแล้วน่าจะเป็นคอมเมดี้ เพราะเป็นเด็กมีอารมณ์ขันครับ”

ตกใจลูกวาดรูป “พระพิฆเนศ” ให้เป็นของขวัญ เตรียมเอาไปใส่กรอบ
“ผมเองก็ตกใจ ไปดูที่โรงเรียนเลย ว่าโพธิ์วาดหรือครูวาด ก็คือเหมือนเดิม ครูจะไกด์ จะบอกว่าต้องทำอย่างนี้ๆ เขาบอกว่าเขาอยากวาดพระพิฆเนศให้เป็นของขวัญพ่อ ก็เลือกแบบจากในคอมพิวเตอร์ แล้วก็มาวาดเอาต์ไลน์เอง เราก็ซาบซึ้ง ลูกตั้งใจ วาดอยู่ 3-4 วัน คุณแม่เขาก็ภูมิใจ ก็ได้หน้า (หัวเราะ) ฉันเป็นคนส่งลูกไปเรียน เขาก็ภูมิใจในทุกผลลัพธ์ของลูก เวลาที่ลูกพัฒนาในด้านไหนก็ตาม ตอนนี้เดี๋ยวจะเริ่มเอาไปใส่กรอบแล้ว เอามาติดกำแพงให้เขา แล้วมีรูปก้านกล้วย ก็เอาไปประมูลเพื่อช่วยเด็กที่ขาดการมองเห็น ยอดเท่าไหร่ไม่แน่ใจ ต้องถามแม่เขา ก็เป็นหมื่นอัปอยู่ แต่แค่นี้ก็โอเคแล้ว ได้ช่วยเหลือเด็กที่เขาขาดโอกาสก็แฮปปี้แล้วครับ”