Home บันเทิง สุขภาพ อันตรายเงียบ หลับแล้วไม่ตื่น เกิดจากอะไร ใครคือกลุ่มเสี่ยง

อันตรายเงียบ หลับแล้วไม่ตื่น เกิดจากอะไร ใครคือกลุ่มเสี่ยง

1
0

โรคใหลตาย คืออะไร

โรคใหลตาย หรือ Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome (SUNDS) เป็นภาวะเสียชีวิตกะทันหันที่เกิดขึ้นในช่วงนอนหลับ โดยไม่พบสาเหตุชัดเจนจากการตรวจร่างกายทั่วไป ผู้เสียชีวิตมักไม่มีอาการป่วยล่วงหน้า และดูแข็งแรงดีในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ หัวใจหยุดเต้นอย่างเฉียบพลันจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ร่างกายกำลังพักผ่อน ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ทันเวลา

ทำไมโรคใหลตายจึงมักเกิดตอนหลับ

ช่วงเวลานอนหลับ โดยเฉพาะกลางคืนถึงเช้ามืด ระบบประสาทอัตโนมัติจะเปลี่ยนโหมดการทำงาน ส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ หากผู้ป่วยมีความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจแฝงอยู่ อาจกระตุ้นให้เกิด หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง และนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นทันที

 อันตรายเงียบ หลับแล้วไม่ตื่น เกิดจากอะไร ใครคือกลุ่มเสี่ยง

สาเหตุสำคัญของโรคใหลตาย

แพทย์พบว่าปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

1. กลุ่มโรคพันธุกรรมระบบไฟฟ้าหัวใจ
โดยเฉพาะ Brugada Syndrome ซึ่งทำให้การส่งสัญญาณไฟฟ้าในหัวใจผิดปกติ เป็นสาเหตุที่พบมากในผู้ป่วยใหลตายในประเทศไทย มักเกิดกับเพศชายวัยทำงาน และผู้ที่ไม่เคยมีโรคประจำตัวมาก่อน

2. ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงอื่น ๆ
เช่น หัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ หรือภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

3. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
การขาดออกซิเจนซ้ำ ๆ ระหว่างนอน อาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว

4. ความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกาย
เช่น โพแทสเซียม หรือแมกนีเซียมผิดปกติ ส่งผลต่อการนำไฟฟ้าของหัวใจโดยตรง

5. ปัจจัยกระตุ้น

–   ไข้สูง

–   ดื่มแอลกอฮอล์หนัก

–   การใช้ยานอนหลับหรือยาบางชนิด

–   ภาวะขาดน้ำหรือเสียแร่ธาตุ

–   สารเสพติด

 อันตรายเงียบ หลับแล้วไม่ตื่น เกิดจากอะไร ใครคือกลุ่มเสี่ยง

ใครบ้างเสี่ยงโรคใหลตาย

กลุ่มที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

–   เพศชาย อายุประมาณ 20–50 ปี

–   ผู้ที่มีญาติเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ

–   ผู้ที่เคยเป็นลม วูบ หรือหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ

–   ผู้ที่นอนกรนรุนแรง หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

–   ผู้ที่ตรวจพบคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ

โรคใหลตาย มีสัญญาณเตือนไหม

แม้หลายกรณีจะไม่แสดงอาการ แต่บางรายอาจพบสัญญาณ เช่น

–   ใจสั่นผิดปกติ

–   เวียนศีรษะ หน้ามืด

–   เจ็บหน้าอก

–   หายใจเฮือกหรือสะดุ้งตื่นกลางดึก

–   แขนขาเกร็งหรือกระตุกคล้ายชัก

หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหัวใจอย่างละเอียด

ป้องกันได้หรือไม่

แม้ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการ

–   ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากมีประวัติครอบครัว

–   ควบคุมไข้และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์

–   หลีกเลี่ยงยาที่กระตุ้นหัวใจ

–   รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

–   ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง อาจต้องใช้เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (ICD)

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here