คลิปเดือด! นักแข่งรถชายพุ่งชนนักแข่งสาวล้มคาสนาม ก่อนขี่ไปต่อ ล่าสุดฝ่ายหญิงเสียชีวิต ทัวร์ลงสนั่น ไม่มีน้ำใจนักกีฬา
กลายเป็นคลิปเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่ถูกแชร์และวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ สำหรับเหตุการณ์การแข่งรถวิบาก หรือเอ็นดูโร่ ซึ่งมีนักแข่งหญิงรายหนึ่งถูกรถของนักแข่งชายที่ขี่ตามมาด้านหลังพุ่งชนอย่างรุนแรง จนฝ่ายหญิงเสียหลักล้มกลิ้งและนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นสนาม ก่อนที่นักแข่งชายจะขี่ต่อไปโดยไม่ได้ลงจากรถเพื่อเข้าช่วยเหลือ


จากคลิปขณะเกิดเหตุ จะเห็นนักแข่งหญิงกำลังขี่รถอยู่บนเส้นทางการแข่งขัน ก่อนที่นักแข่งชายซึ่งขี่ตามมาด้วยความเร็วจะพุ่งชนเข้าอย่างจัง ส่งผลให้ฝ่ายหญิงกระเด็นล้มกลิ้งไปกับพื้น ขณะที่ฝ่ายชายขี่วนกลับมาดูเหตุการณ์เพียงเล็กน้อย ก่อนจะขี่รถออกไปและแข่งขันต่อ โดยไม่ได้ลงจากรถเพื่อเข้าตรวจสอบหรือช่วยเหลือคู่กรณีในทันที
ล่าสุดมีรายงานว่า นักแข่งหญิงรายดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว ท่ามกลางความเสียใจของผู้ที่ติดตามเหตุการณ์
ขณะที่หลังจบการแข่งขัน มีการเผยแพร่สถิติเวลาของการแข่งขัน ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนมีการลบโพสต์ดังกล่าวออกไป พร้อมชี้แจงภายหลังว่า หลังการแข่งขันจบลงได้เดินทางไปขอโทษและติดตามอาการของนักแข่งหญิงอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวได้จุดกระแสเดือดในโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น วิจารณ์เรื่องน้ำใจนักกีฬา โดยเฉพาะประเด็นที่นักแข่งชายเป็นผู้ชน แต่กลับไม่ได้ลงจากรถเพื่อดูอาการคู่กรณีในทันที

ความคิดเห็นบางส่วนระบุว่า
“คนไม่หยุดก็ไม่ผิด เรื่องกีฬามันก็จะต้องไปให้ไวที่สุดเหมือนแข่งรถ แต่อันนี้มันอยู่ที่น้ำใจของคนเราล้วนๆ”
“เสียใจด้วยครับ ดูคลิปแล้วคู่กรณีขี่มาเร็วมาก”
“อย่าเป็นเลยนักแข่ง น้ำใจนักกีฬาไม่มี มันบ่งบอกถึงอะไรหลายๆ อย่าง”

บางรายมองว่า แม้จะเป็นการแข่งขันที่ต้องทำเวลา แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น นักแข่งควรมีน้ำใจและหยุดช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ โดยระบุว่า
“เข้าใจนะว่าเป็นเส้นทางแข่งขัน ต้องทำเวลา แข่งแบบมีสติ เหตุเกิดขึ้นแล้วย้อนกลับมาไม่ได้ เสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้”
นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นที่ตั้งข้อสังเกตถึงจังหวะการชนว่าเป็นการชนเข้าอย่างเต็มแรง และมองว่าผู้ก่อเหตุควรลงมาดูอาการคู่กรณีตั้งแต่แรก
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นสำคัญไม่ได้มีเพียงเรื่องอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขัน แต่ยังรวมถึง น้ำใจนักกีฬาและการให้ความช่วยเหลือคู่กรณีหลังเกิดเหตุ ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตและข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทั้งหมด ควรรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป