เปิดเบื้องหลังยิ่งพีค สาวเที่ยวบาร์โฮสไม่จ่ายเงิน เจอร้านเอาคืนจับโกนหัว ล่าสุดเจอยอดเกือบ 60,000 บาท ก่อนผู้จัดการให้ทำสัญญาซื้อขายผม แลกหักค่าใช้จ่าย
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลัง TikTok “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเข้าไปใช้บริการบาร์โฮส แต่กลับไม่มีเงินชำระค่าบริการ ก่อนถูกทางร้านจับโกนศีรษะเพื่อเป็นการชดใช้ค่าใช้จ่าย สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
จากข้อมูลที่มีการเปิดเผย หญิงสาวรายดังกล่าวถูกกล่าวอ้างว่ามีพฤติกรรมเข้าใช้บริการบาร์โฮสหลายแห่ง ก่อนสั่งเครื่องดื่มและเรียกเด็กมาดูแล แต่เมื่อถึงเวลาชำระเงินกลับไม่มีเงินจ่าย จนร้านต่าง ๆ เริ่มจดจำได้

กระทั่งวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา หญิงสาวเดินทางไปใช้บริการบาร์โฮสแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า โดยใช้บริการเป็นเงินเกือบ 60,000 บาท แต่เมื่อถึงเวลาชำระเงินกลับไม่สามารถจ่ายได้ อีกทั้งทางร้านอ้างว่าพบการใช้บัตรประชาชนปลอมในการเข้าร้าน และมีข้อมูลว่าเคยมีพฤติกรรมลักษณะเดียวกันในหลายสถานที่
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้จัดการร้านตัดสินใจให้หญิงสาวทำสัญญาซื้อขายเส้นผม เป็นเงิน 3,000 บาท เพื่อหักชำระค่าน้ำและค่าบริการ โดยในสัญญาระบุว่ายินยอมให้ตัดและโกนผม ก่อนที่ทางร้านจะดำเนินการโกนศีรษะหญิงสาว จนกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์

หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ ทางผู้จัดการร้านและหญิงสาวได้ติดต่อกลับมายัง “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” โดยทางร้านชี้แจงว่า การโกนผมเป็นไปตามสัญญาที่หญิงสาวยินยอม และอ้างว่าจะนำเส้นผมไปบริจาคให้กับผู้ที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุสถานที่ที่จะนำไปบริจาคอย่างชัดเจน
ด้านต้นอ้อ ตั้งคำถามถึงการดำเนินการของร้านว่า หากหญิงสาวมีพฤติกรรมไม่ชำระค่าบริการจริง เหตุใดจึงไม่แจ้งตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากต้องการนำเส้นผมไปบริจาค เหตุใดจึงต้องโกนศีรษะจนหมด พร้อมมองว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเกินกว่าเหตุ แม้หญิงสาวจะมีการลงชื่อยินยอมในเอกสารก็ตาม เพราะไม่อาจทราบได้ว่าในขณะนั้นมีแรงกดดันหรือสถานการณ์ใดที่ทำให้ต้องยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวหรือไม่

ต้นอ้อ ยังระบุว่า เข้าใจว่าทางร้านมีต้นทุนในการประกอบธุรกิจ รวมถึงพนักงานที่ต้องทำงานหารายได้เลี้ยงครอบครัว แต่หากเกิดกรณีลูกค้าไม่ชำระเงิน ควรใช้กระบวนการทางกฎหมายจัดการมากกว่าการใช้วิธีลงโทษกันเอง
ล่าสุดทางร้านได้ฝากคำขอโทษต่อสังคมผ่านต้นอ้อ พร้อมยอมรับว่าผู้จัดการร้านอาจใช้อารมณ์และใจร้อนเกินไปจากความโมโห โดยเตรียมประสานไปยังครอบครัวของหญิงสาว เพื่อหาแนวทางเยียวยาต่อไป
นอกจากนี้ ต้นอ้อ ยังฝากถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของหญิงสาวด้วย เนื่องจากมองว่าอาจมีอายุไม่ถึง 20 ปี และยังไม่แน่ชัดว่าเป็นเยาวชนหรือมีปัญหาด้านสุขภาพจิตหรือไม่

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถูกนำมาเป็นอุทาหรณ์ว่า หากร้านค้าหรือสถานประกอบการพบลูกค้ามีพฤติกรรมไม่ชำระเงินหรือสงสัยว่ามีการฉ้อโกง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ควรใช้วิธีลงโทษกันเองหรือใช้ “กฎหมู่” เหนือกฎหมาย เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม