เกิดเหตุสะเทือนใจรับเปิดเทอม เมื่อเด็กชายวัย 14 ปี ยอดกตัญญู ขี่รถจักรยานยนต์ส่งอาหารช่วงปิดเทอมเพื่อหาเงินรักษาแม่ป่วยมะเร็งมดลูกระยะ 3 ประสบอุบัติเหตุชนท้ายรถ 10 ล้อ จอดริมทางไม่มีสัญญาณเตือน บาดเจ็บสาหัส ตาเสี่ยงบอด-ขาหัก นอนรอผ่าตัดนานนับสัปดาห์ ซ้ำร้ายครอบครัวไร้ทางออก หลังโรงพยาบาลแจ้งใช้สิทธิ์บัตรทองไม่ได้ ยื่นคำขาดต้องหาเงินสำรองค่าอุปกรณ์เอกชน 15,000 บาท ภายในวันที่ 19 พ.ค. นี้ มิเช่นนั้นอาจชวดคิวผ่าตัด ล่าสุดแม่หอบหลักฐานร้อง “สายไหมต้องรอด” ช่วยเหลือด่วน


นางสาวดาว โถสาลี อายุ 47 ปี ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กับเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรมและทางออกให้กับ “น้องฟลุ๊ค” (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ลูกชายที่กำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก โดยนางสาวดาวเปิดเผยว่า ตนเองป่วยเป็นมะเร็งมดลูกระยะที่ 3 ส่วนลูกชายก็มีโรคประจำตัวคือโรคไตรั่ว ที่ผ่านมาอาศัยอยู่กันสองคนแม่ลูก คอยดูแลกันและกันมาโดยตลอด
ในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา น้องฟลุ๊คเห็นว่าแม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาตัว จึงอาสาขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างส่งอาหาร (ไรเดอร์) เพื่อหารายได้พิเศษมาแบ่งเบาภาระ ได้เงินมาวันละ 200-300 บาท ก็จะนำมาให้แม่ทั้งหมดเพื่อเก็บไว้เป็นค่าเดินทางไปหาหมอ
กระทั่งเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา น้องฟลุ๊คได้ประสบอุบัติเหตุรุนแรง พุ่งชนท้ายรถพ่วง 10 ล้อที่จอดอยู่ริมถนนบริเวณหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านลำลูกกาคลอง 7 จ.ปทุมธานี ซึ่งจุดดังกล่าวไม่มีการตั้งกรวยหรือเปิดสัญญาณไฟเตือนใด ๆ ทำให้มองไม่เห็นและชนเข้าอย่างจัง ส่งผลให้น้องฟลุ๊คบาดเจ็บสาหัส ตาซ้ายเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น และขาซ้ายหักรุนแรง ขณะที่คนขับรถ 10 ล้อคู่กรณี อาศัยจังหวะชุลมุนเคลื่อนย้ายรถหนีหาย และยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใด ๆ

นางสาวดาว ระบุต่อว่า ลูกชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลธัญบุรี ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม แต่จนถึงปัจจุบัน (16 พฤษภาคม) น้องยังไม่ได้เข้ารับการผ่าตัด มีเพียงการใส่เฝือกและหยอดตาประคองอาการไว้เท่านั้น จนตนเองกังวลว่าการปล่อยให้เวลาร่วงเลยไป อาจทำให้ลูกชายต้องสูญเสียดวงตาไปอย่างถาวร
นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลยังแจ้งข่าวร้ายว่า “ไม่สามารถใช้สิทธิ์บัตรทอง 30 บาทได้” เนื่องจากติดเงื่อนไขบางประการ และแจ้งว่าการผ่าตัดขาซ้ายจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษจากบริษัทเอกชน ครอบครัวต้องนำเงินสดจำนวน 15,000 บาท มาวางมัดจำภายในวันที่ 19 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. เท่านั้น ลูกชายถึงจะได้คิวผ่าตัดในวันที่ 20 พฤษภาคม มิเช่นนั้นอาจต้องเลื่อนออกไป ซึ่งตนไม่รู้จะไปหาเงินจากไหน เพราะเป็นเรื่องฉุกเฉินและครอบครัวไม่มีรายได้เลย
“ไม่อยากให้ลูกชายตาบอด ลูกชายเป็นเด็กดี แค่อยากช่วยแม่หาเงินไปรักษาตัว ทุกวันเขาคอยดูแลแม่ทุกอย่าง ไม่อยากเสียลูกชายไป…” นางสาวดาวกล่าวพร้อมยกมือไหว้ทั้งน้ำตา
“สายไหมต้องรอด” ชี้ ขัดหลักมนุษยธรรม จี้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบ
ด้าน นายนิรันดร์ เกแง้ว ทีมงานสายไหมต้องรอด กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตามหลักกฎหมายและสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์สามารถใช้สิทธิ์จาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นได้ทันที โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูก-ผิด อีกทั้งตัวเด็กเองก็มีสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของรัฐ (บัตรทอง) รองรับอยู่
การที่โรงพยาบาลให้ผู้ป่วยนอนรอการรักษาเป็นเวลานาน และตั้งเงื่อนไขเรื่องเงินมัดจำอุปกรณ์ในกรณีฉุกเฉินเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถามอย่างมาก หลังจากนี้ทางทีมงานจะประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบกระบวนการรักษาของโรงพยาบาลดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้น้องฟลุ๊คได้รับการผ่าตัดรักษาดวงตาและขาซ้ายโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะสายเกินไป